<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;เห็นใจครอบครัวประกาศขายดวงตา-ไต แต่เตือนคนซื้อเจอข้อหา หมอที่รับทำก็โดนอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
สิทธิ-เสรีภาพในการขายอวัยวะ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมอ่านข่าว ครอบครัวหนึ่งไปค้ำประกันบุคคลภายนอกซื้อรถไถ ต่อมาผู้เช่าซื้อไม่ชำระ ผู้ค้ำประกันก็ถูกฟ้องยึดทรัพย์ จึงประกาศขายดวงตา ขายไต และอวัยวะอื่นๆ เพื่อชำระหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เรื่องสิทธิในเนื้อตัว ร่างกาย ผมเคยเขียนมาหลายครั้งแล้ว ว่า แม้มนุษย์เป็นเจ้าของร่างกาย แต่มนุษย์ก็ไม่สามารถขายอวัยวะตนเองเพื่อแลกกับเงิน แม้อวัยวะนั้นเป็นของตัวเอง ผมเขียนเรื่องนี้ ตอนเด็กผู้หญิงขายภาพการมีเพศสัมพันธ์ในเว็ป onlyfans แล้วผมก็ถูกเด็กๆด่ามาเยอะว่ามันเป็น&amp;quot;สิทธิ&amp;quot; ในเนื้อตัวร่างกายของเขา เขามีสิทธิจะทำอะไรกับเนื้อตัวร่างกายของเขาก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-กรณีการประกาศขาย ดวงตา ไต หรืออวัยวะของตนเช่นเรื่องนี้ก็เหมือนกัน ลองใครไปซื้อดวงตา ไต ของเขาดูสิครับ ข้อหาแรกที่คุณจะโดนคือ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัส หมอที่ไปรับทำก็โดนอาญา และเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพไปด้วยแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-บางคนอาจจะเถียงว่า ก็เห็นพ่อบริจาคไต ดวงตา ให้ลูกได้ ก็ตอบว่านั่นเป็นการ&amp;quot;บริจาค&amp;quot; เพื่อช่วยชีวิต ไม่ใช่การ&amp;quot;ขายอวัยวะเพื่อแลกกับทรัพย์สิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เรื่องแบบนี้ จะมีมากขึ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล รวมถึง นักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ รวมถึงนักการเมือง ก็ควรวางหลักและให้ความรู้เรื่อง&amp;quot;สิทธิ-เสรีภาพ และความเสมอภาค&amp;quot; ที่ถูกต้องแก่ประชาชน ผมก็ให้กำลังใจครอบครัวนี้&amp;nbsp; สังคมและรัฐต้องเข้ามาดูแลเขาครับ/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr ภาพ:มติชนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119776</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายอวัยวะ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ประกาศขายดวงตา-ไต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61512d9dc131f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ห่วงทุนนิยมไทยเลวร้ายมาก! โควิดจบโลกไม่เหมือนเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง&amp;quot;ทุนนิยม กับ ความเสมอภาค&amp;quot; โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมักถูกเด็กๆ เสียดสีเอาบ่อย ๆ เวลาพูดเรื่องสิทธิ-เสรีภาพ เพราะคำนี้ มีความหมายลึกซึ้ง เหมือนกับคำว่า&amp;quot;ประชาธิปไตย&amp;quot; ที่ทำให้เราเข้าใจไม่ค่อยตรงกัน และนำไปสู่การถกเถียง ผมไม่ค่อยกังวลเรื่องสิทธิ-เสรีภาพในเมืองไทยเท่าไหร่หรอก หากเปรียบกับยุโรปหรือประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ผมเห็นว่า เมืองไทยไม่ได้ขาดแคลนสิทธิ-เสรีภาพ แต่เรามีจนล้นเกินเสียด้วยซ้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ผมห่วง คือ &amp;quot;ความเสมอภาคทางโอกาส&amp;quot; และ &amp;quot;ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ&amp;quot; มากกว่า เพราะ 2 สิ่งนี้จะก่อให้เกิดช่องว่างทางเศรษฐกิจ ซึ่งนับวันเมืองไทยจะมีช่องว่างทางเศรษฐกิจมากขึ้นทุกวัน จนทำให้คนจำนวนหนึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวาน ผมก็ยังวิวาทะกับนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง เธอเรียนปริญญาตรี น่าจะอยู่ปี 2 หรือ ปี 3 นี่แหละ แถมเธอยังเป็นเด็กพัทลุงบ้านเดียวกับผมเสียด้วย เธอกล่าวว่า ร่างกายเป็นของเธอ เธอมีสิทธิที่จะใช้ร่างกายของเธออย่างไรก็ได้ ผมก็ไม่อยากเถียง เพราะเถียงไปก็คงจบยาก และอายุเธอก็ไม่ใช่รุ่นลูกแล้ว เป็นรุ่นหลานก็ว่าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมก็ได้แต่รำพึงกับตัวเองว่า นี่ถ้าเธอมีโอกาส เธอจะใช้ร่างกายของเธอเป็นหมอรักษาคนไข้ หรือ เธอจะใช้ร่างกายของเธอเป็นผู้พิพากษานั่งบนบัลลังก์ในห้องพิจารณาคดี หรือ เธอจะใช้ร่างกายของเธอเป็นผู้จัดการธนาคารที่ไหนสักแห่ง&amp;nbsp; หรือ เธอจะใช้ร่างกายของเธอเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรสักอย่าง หรือ เธอจะใช้ร่างกายของเธอเปิดให้คนอื่นเข้ามาดูแล้วเก็บเงิน ผมว่า ถ้าโอกาสเท่าเทียมกัน เธอคงไม่ใช้ร่างกายเธอในแบบสุดท้ายที่เปิดให้คนอื่นเข้ามาดูแล้วเก็บเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่มีสิทธิใดๆ ในการใช้ร่างกายของเธอจริงๆ นั่นแหละ ผมเพียงกังวลว่า ระบบทุนนิยมในเมืองไทยมันเลวร้ายมาก เพราะวันนี้ เราอยู่ในสังคมที่คิดว่า&amp;quot;ทุกอย่างสามารถซื้อได้ และ ทุกอย่างสามารถขายได้&amp;quot; คอยดูเถอะหลังโควิด-19 จบลง โลกก็จะไม่กลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว ระบบทุนนิยมก็จะแสดงพลังอันน่ากลัวออกมามากกว่านี้ ในขณะที่เรายังไม่ได้เตรียมรับมือกับมันเลย แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117961</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสมอภาค, ทุนนิยม, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61512d9dc131f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;แนะคดี&#039;ผกก.โจ้&#039;ต้องตั้งข้อหาตามมูลเหตุจูงใจ แขวะคดี&#039;อัยการปรเมศวร์&#039;ควรมีข้อหาชนแล้วหนีด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ส.ค.64- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
*ผมไม่หิวแสง แต่หิวความยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-คดีตำรวจคลุมถุงดำ อย่ากังวลว่าคนทำผิดจะหลุดคดีไป เป็นไปไม่ได้เพียงแต่การตั้งข้อหา ต้องตั้งตาม&amp;quot;มูลเหตุจูงใจที่เกิดขึ้น&amp;quot; อย่าตั้งตามกระแส ถ้าตั้งข้อหาตามกระแส แทนที่สังคมจะได้รับความยุติธรรม กลับจะทำให้สังคมเสียความยุติธรรมไปด้วยซ้ำผมว่า สตช.เขาไม่เสี่ยงกับเรื่องนี้หรอก เขาตั้งเต็มเหนี่ยวแล้ว เราก็ต้องไว้วางใจคนอื่นบ้าง ผมยกตัวอย่างว่า เหมือนเราเห็นคนที่เราเกลียดคนหนึ่งกำลังเดินข้ามถนนในเวลากลางคืน เราขับรถชนเขาตาย ตำรวจจะตั้งข้อหาประมาท หรือ ข้อหาเจตนาฆ่า หรือข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองล่ะครับ ไม่ง่ายนะครับ ตั้งข้อหาผิดแทนที่จะยุติธรรม กลับ&amp;quot;อยุติธรรม&amp;quot;เสียด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ตำรวจทำเรื่องนี้ได้ไม่กี่วันหรอกจากนั้นต้องส่งให้ปปช.หรือ ปปท.ให้เป็นคนไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-มีคนถามผมเยอะ ถามทุกวัน ก็ขอออกความเห็นเพียงแค่นี้นะครับ มันจะกระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนที่ทนายความบางคนเขาขัดแย้งกัน เราก็ดูๆไป อย่าไปถือสาหาความเขาเลย เขานำเรื่องนี้มาเปิดเผยก็ดีแล้ว เพราะแต่ละคนมีข้อมูลในมือไม่เหมือนกัน&amp;nbsp; เหมือนเรายืนอยู่ในจุดที่ต่างกัน บางคนอาจมองเลข 6 เป็นเลข 9 บางคนอาจมองเลข 9 เป็นเลข 6 ศาลเองเขายังมีตั้ง 3 ศาล ทนายเห็นต่างกันบ้างมันก็ธรรมดา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ว่าจะไม่เขียนต่อแล้ว แต่เมื่อคืนเห็นอัยการปรเมศวร์ ไปออกทีวีช่อง 3&amp;nbsp; บอกว่าทำคดีอาญามา 30 ปี ไม่เห็นด้วยกับนายนิพิฏฐ์ ผมก็ขอบอกว่าผมก็ทำคดีมา&amp;nbsp; 30 ปีเหมือนกัน ผมยังไม่ฟันธงเลยว่าควรตั้งข้อหาประเด็นไหน&amp;nbsp; เพราะข้อเท็จจริงผมยังไม่พอ ผมเพียงเตือนให้รอบคอบอย่าทำตามกระแสเท่านั้น ตอนอัยการปรเมศวร์ เมาสุราขับรถชนคนแล้วไม่จอดช่วยเหลือ จนมีคนขับรถตามไปแล้วสกัดจับท่านได้ ผมเห็นว่าควรมีข้อหาชนแล้วหนีด้วย แต่อัยการด้วยกันสั่งไม่ฟ้องข้อหาชนแล้วหนี ถามว่าผมขัดใจไหม ตอบว่า ขัดใจครับ แต่เมื่ออัยการไม่ฟ้องอัยการด้วยกัน &amp;quot;ความเป็นธรรมก็ยุติ&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะว่าไม่ยุติธรรมก็ไม่ได้เดี๋ยวท่านจะฟ้องเอา ผมก็ต้องกลืนความยุติธรรมที่ระบบของประเทศนี้ประเคนให้ไว้ในอก&amp;nbsp; เห็นไหมครับ เราทำคดีมาคนละ 30 ปี แค่เรื่องขับรถชนคนแล้วหนี ผมกับอธิบดีอัยการปรเมศวร์ยังเห็นต่างกันเลย อย่ามีใครริเอาแสงใส่จานมาวางให้ผมนะ ผมเป็นคนไม่หิวแสง ผมไม่กินแสง ตรงไป ตรงมา อย่างนี้แหละ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนแล้วหนี, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612832273c17a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039; ห่วง &#039;ไฮโซลูกนัท&#039; อย่าเดินบนเส้นทางที่ไม่มีโอกาสหวนคืนกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าเดินบนเส้นทางที่ไม่มีโอกาสหวนคืนกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าว ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย (ลูกนัท) สูญเสียดวงตาจากเหตุการณ์ปะทะกันที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง และเขียนถึงลูกนัทครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 เพราะก่อนถูกระเบิด 1 วัน ลูกนัทกับผมยังออกรายการ คม ชัด ลึก ผ่านระบบ zoom ด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ผมผ่านประสบการณ์มามากกว่าลูกนัท ผมขอแสดงความเสียใจต่อการบาดเจ็บของลูกนัทอีกครั้งหนึ่ง และอยากจะเตือนว่า ชีวิตของลูกนัทเปรียบเหมือนเครื่องยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ไม่ว่าการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนั้นจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผมอยากให้ลูกนัทลดความเร็วและแตะเบรคชีวิตลงสักนิดหนึ่ง อย่าเร่งความเร็วไปให้มากกว่านี้ ลูกนัทบอกกับผมว่า การที่ลูกนัท ยกมือไหว้คุณทักษิณ,คุณยิ่งลักษณ์ และคุณณัฐวุฒิ เปรียบเหมือนกำลังจะไปบวช ก็ไหว้เพื่อขออโหสิกรรมหากแม้เกิดพลาดพลั้งกันมาจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตามก็ถือเป็นการขออโหสิกรรม ผมรับฟังเหตุผลของลูกนัทแต่ผมไม่แสดงความเห็นอะไร ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของลูกนัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ผมอยากยกปรัชญาคำหนึ่งมาสนทนากับลูกนัทว่า&amp;quot;อย่าเดินไปในเส้นทางที่มีผู้เดินเข้าไปแล้วและไม่มีโอกาสได้หวนคืนกลับมา&amp;quot; เส้นทางที่ลูกนัทเดิน เป็นเส้นทางที่คุณทักษิณ,คุณยิ่งลักษณ์ และณัฐวุฒิ เคยเดินมาแล้ว ผมไม่อยากให้ลูกนัทเดินเส้นทางนี้ หากลูกนัทจะเดินหน้าทางการเมืองต่อไปผมไม่มีสิทธิห้ามหรอก แต่ในฐานะคนเคยอยู่ร่วมพรรคเดียวกันมา ผมอยากให้ลูกนัทเลือกเดินเส้นทางอื่นเถอะครับ อย่าเดินเส้นทางนี้เลย เส้นทางนี้เดินเข้าไปแล้วระวังชีวิตจะเปลี่ยน ไม่มีโอกาสได้หวนกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม อย่าเชื่อผมทันที แต่ขอให้คิดและทบทวน ด้วยความรักห่วงใยจริงๆ ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113967</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ม็อบ, ไฮโซลูกนัท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f55fe5b000.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>call out ให้ทำไปเถอะ!&#039;นิพิฏฐ์&#039;เหน็บขุนพลอยพยักเยอะเจ้านายจามนิดเดียวลูกขุนน้ำมูกไหลทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
call out กับ ลูกขุนพลอยพยัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-call out ที่พูดๆกันอยู่ น่าจะหมายความว่า เป็นการขอให้ออกมาแสดงจุดยืนว่า ใครมีจุดยืนในเรื่องต่างๆ อย่างไร เช่น จุดยืนทางการเมืองเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมนี่ สถาปนาตัวเองเป็นนักเสรีนิยมประชาธิปไตย ผมไม่ใช่นักประชาธิปไตย(เพียวๆ)&amp;nbsp; หรอก เพราะงั้น การเรียกให้คนนั้น คนนี้ call out นี่ ผมเฉยๆ&amp;nbsp; แต่สำหรับนักประชาธิปไตย มีความจำเป็น เขาอาจจะเรียกร้องให้ call out เพราะเขาต้องการกระแสหรือเสียงข้างมาก แต่นักเสรีนิยมไม่สนใจเสียงข้างมากเสียง หรือ เสียงข้างน้อยหรอก อย่าไปยุ่งกับชีวิตเขาให้มากเกินไปก็แล้วกัน ผมจึงไม่เรียกร้องให้ใคร call out หรอก เพราะผมนึกจะวิจารณ์ใครผมก็วิจารณ์ นึกจะชมใครผมก็ชม ไม่ผูกมัดว่าต้องชื่นชมใครตลอดกาลนาน หรือเกลียดใครตลอดกาลนานเทอญ แล้วแต่เหตุผลและข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-แต่เมื่อเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย การให้ประชาชนได้แสดงความเห็น หรือ ระบายอารมณ์ เวลาเขาคับข้องใจนี่มีความจำเป็น เหมือนกาต้มน้ำที่กำลังจะเดือดต้องเปิดฝาหรือมีช่องให้ความร้อนได้ระบายออก ไม่งั้นกาต้มน้ำระเบิดใส่หน้าเอา ในวงการนิติศาสตร์ เริ่มมีความคิดใหม่ๆ ว่า &amp;quot;ความคับข้องใจ ถือเป็นความอยุติธรรมอย่างหนึ่ง&amp;quot; รัฐ หรือ ศาล ต้องหาทางระงับความคับข้องใจของประชาชน หากไม่หาทางระงับ ประชาชนจะรู้สึกว่า เขากำลังได้รับความ อยุติธรรมซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-วันนี้ ผมคงเขียนอะไรเข้าใจยากอีกล่ะ สรุปง่ายๆว่า ใครจะ call out ก็ให้เขาทำไปเถอะครับ ถ้าไม่รุนแรงจนเกินไป อย่าไปจับ อย่าไปดำเนินคดีกับเขาเลยครับ ใครห้ามได้ ก็ช่วยห้ามๆกันไว้หน่อย บ้านเมืองยุคนี้ มีลูกขุนเยอะ ลูกขุนพลอยพยัก น่ะครับ เยอะจริงๆ พวกนี้เจ้านายจามนิดเดียวลูกขุนน้ำมูกไหลทันที /&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุนพลอยพยัก, ดารา Call out, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, เสรีนิยมประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa29c99d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นิพิฏฐ์&#039;เปรียบ&#039;พิธา&#039;เป็นกัปตันใหม่ในเครื่องใหม่แต่ผู้โดยสารโดดหนี จะบินถึงที่หมายหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส. พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*เครื่องใหม่ กัปตันใหม่-เครื่องเก่า กัปตันเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เมื่อวานผมเขียนชม ท่านส.ส.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่า อภิปรายเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19 ได้ดี ก็มีคนเข้าไปต่อว่าผมเหมือนกัน ว่าไปชมเขาทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ถือโอกาสอธิบายก็แล้วกันครับ ว่า ผมนี่ไม่สุดโต่งเรื่องความคิดทางการเมืองนะครับ เพราะความคิดสุดโต่งทางการเมืองสุดท้ายแล้วมันจะทำลายเราและทำลายบ้านเมือง ประวัติศาสตร์โลกมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หนีไม่พ้นหรอก ไปศึกษาดูเถอะ&amp;nbsp; ประเทศไทยนี่ ถ้าเปรียบพรรคการเมืองเป็นเหมือนเครื่องบิน ที่กำลังขับพาผู้โดยสารฝ่าพายุ ก็มี เครื่องบินอยู่ 2 ประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เครื่องใหม่ กัปตันใหม่
2. เครื่องเก่า กัปตันเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ทั้ง 2 ประเภท มีปัญหาทั้งนั้นแหละครับ ถ้าจะถามผมว่า จะขึ้นเครื่องบินลำไหน ผมก็ต้องบอกว่า ผมขอเดินไปก็แล้วกัน เครื่องบินที่ส.ส.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขับ เป็นเครื่องใหม่ ส.ส.พิธา ก็เป็นกัปตันใหม่ ผมก็เห็นมีผู้โดยสารกระโดดลงไปแล้วหลายคน ไม่รู้จะบินถึงที่หมายหรือเปล่า ถ้าให้ผมแนะนำ ผมไม่อยากให้กัปตันใหม่บินฝ่าพายุ จะฝ่าพายุไปทำไม ไม่มีประโยชน์หรอก แต่กัปตันใหม่ไฟแรง เขาคงไม่เชื่อกัปตันเก่าๆ แก่ๆ อย่างผมหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ความจริง มันต้องเป็นเครื่องใหม่ และมีกัปตันที่มีประสบการณ์ มีคนถามต่อว่า แล้วมีไหม ผมตอบว่า ไม่มีหรอก ผู้โดยสารเขาไม่ขึ้นหรอก ใครที่ใจไม่ถึงแบบผม ตอนนี้เราชวนกันเดินไปก่อนดีกว่า เชื่อผมเถอะ!! เราถึงก่อน 2 ลำนั้นแน่/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108358</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, อภิปรายแก้ปัญหาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de64b548a2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ข้องใจ&#039;วัคซีนพาสปอร์ต&#039;ทำไมต้องทำที่กทม.แห่งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า วัคซีนพาสปอร์ต ทำไมต้องทำที่กรุงเทพฯแห่งเดียว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องมีหนังสือรับรองว่า ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว สถานที่ติดต่อทำวัคซีนพาสปอร์ต เดิมกำหนดไว้ 4 แห่ง ต่อมายกเลิกไป 1 แห่ง ( ที่สนามบินสุวรรณภูมิ) คงเหลือ 3 แห่ง คือ ที่สถาบันบำราศนราดูร, กรมควบคุมโรค และ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ทั้ง 3 แห่ง อยู่ใน กทม.ทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมมุติว่า ผู้เดินทางจะบินออกจากสนามบินต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต หรือ เชียงใหม่ ก็ต้องบินมากรุงเทพก่อน เพื่อทำวัคซีนพาสปอร์ต เสียค่าทำ 50 บาทต่อเล่ม จากนั้น ต้องบินกลับภูเก็ต หรือ เชียงใหม่เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมสนามบินที่เป็น international airport หรือต่างจังหวัดสถานที่ฉีดวัคซีน จึงออกหนังสือรับรองให้ไม่ได้ ต้องบินมาขอหนังสือรองที่กทม.แห่งเดียว ผมไม่ทราบ เพราะนี่คือ ประเทศไทย !!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, วัคซีนพาสปอร์ต, สถาบันบำราศนราดูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d92b251d574.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
